เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า คดีความทางอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายคดี ที่เดิมเคยอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะเขียนบทความนี้ ประมาณ 6 คดี
และที่เหลืออีกหลายคดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ช่วงระยะนี้ จึงมีเรื่องที่เสนอจะขอแก้รัฐธรรมนูญจากผู้ทรงอำนาจรัฐ และดำเนินการยื่นเรื่องเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (ป.ป.ช.) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าววุ่นวายไปหมด
เหตุที่แท้จริงนั้นก็เพราะความเกรงกลัวว่า ผลทางคดีจะไม่เป็นไปตามที่ตนหรือกลุ่มพวกตนต้องการ
สำหรับผู้ที่คิดว่าได้รับผลกระทบหรืออาจจะได้รับผลกระทบในทางคดี จึงพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้หลุดพ้นคดีไป
แม้แต่ สภาทนายความเอง ก็ถูกบางท่านวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อสารมวลชนถึงความไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับ คตส.
ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ต้องเดือดร้อน เพราะอยู่ในคณะกรรมการบริหารสภาทนายความชุดปัจจุบัน และมีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
ทั้งเป็นประธานคณะกรรมการสำนักงานคดีปกครองอยู่ด้วย และก็มิได้เป็นทนายความหรือคณะทนายความที่ให้ความช่วยเหลือแก่ คตส.ในทางคดีดังกล่าวแต่อย่างใด
เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นต่อสภาทนายความ จึงขอโอกาสชี้แจงต่อประชาชนและเพื่อนพ้องน้องพี่ทนายความที่เคารพรักทั้งหลายดังต่อไปนี้